Attack Surface Discovery
สำรวจและระบุ Asset, Service และช่องทางเข้าถึงภายในขอบเขตที่กำหนด เพื่อวางแผนการทดสอบอย่างเป็นระบบ
ทดสอบเจาะระบบตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยความเชี่ยวชาญของผู้ทดสอบมืออาชีพที่ถ่ายทอดสู่ Agentic AI — โดยข้อมูลไม่ออกนอกองค์กร
R0Cyber ให้บริการทดสอบเจาะระบบ (Penetration Testing) และประเมินความเสี่ยง ด้วย R0 Agentic ระบบ AI ที่สามารถวางแผน ทดสอบ และสรุปผลช่องโหว่ได้ด้วยตนเอง โดยดำเนินการภายในสภาพแวดล้อมขององค์กรแบบ Local ข้อมูลและหลักฐานทั้งหมดไม่ออกนอกระบบขององค์กร และทุกขั้นตอนอยู่ภายใต้ขอบเขต (Scope), Rules of Engagement รวมถึงการอนุมัติจากผู้รับผิดชอบขององค์กร
เริ่มจาก 1 Scope · กำหนด Rules of Engagement ร่วมกัน · รายงานพร้อมหลักฐานที่ทำซ้ำได้
R0 Agentic รับผิดชอบงานที่มีปริมาณมากและต้องดำเนินการซ้ำ ทั้งการสำรวจ การทดสอบ และการเรียบเรียงหลักฐาน เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถมุ่งเน้นการวิเคราะห์เชิงลึกและการตีความผล ทั้งนี้ทุกการทดสอบดำเนินการภายในขอบเขตที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
สำรวจและระบุ Asset, Service และช่องทางเข้าถึงภายในขอบเขตที่กำหนด เพื่อวางแผนการทดสอบอย่างเป็นระบบ
ตรวจสอบช่องโหว่ที่พบว่าใช้ประโยชน์ได้จริงหรือไม่ ลด False Positive ด้วยการทดสอบแบบมีหลักฐานประกอบ
จัดระดับความเสี่ยงตามผลกระทบและโอกาสเกิดจริง พร้อมลำดับความสำคัญในการแก้ไขที่นำไปปฏิบัติได้
ผลลัพธ์คือรายงานที่ระบุว่าช่องโหว่ใดสำคัญที่สุด ใช้ประโยชน์ได้จริงอย่างไร กระทบอะไร และควรแก้ไขก่อนหลังอย่างไร ไม่ใช่แค่รายการผลสแกนดิบ
การทดสอบเจาะระบบต้องแตะข้อมูลที่อ่อนไหวที่สุดขององค์กร R0 Agentic จึงถูกออกแบบให้รันภายในสภาพแวดล้อมของคุณ ไม่ส่งข้อมูลระบบ ช่องโหว่ หรือหลักฐานออกไปประมวลผลภายนอก
โมเดลและกระบวนการทดสอบทำงานในเครื่ององค์กร ข้อมูลระบบและช่องโหว่ไม่ออกนอกเครือข่ายของคุณ
ทำงานแบบ Offline ได้ ลดความเสี่ยงข้อมูลรั่วผ่านบริการ Cloud หรือ API ภายนอก
เหมาะกับองค์กรที่มีข้อกำหนดเรื่อง Data Residency และการควบคุมข้อมูลภายใน (รายละเอียดตามข้อกำหนดจริงของแต่ละองค์กร)
ได้ความเร็วและความครอบคลุมของ Agentic AI โดยที่องค์กรยังควบคุมขอบเขตและหยุดการทำงานได้ทุกเมื่อ
กระบวนการอ้างอิงแนวทางสากล เช่น PTES และ OWASP โดย R0 Agentic รับผิดชอบงานที่ทำซ้ำได้ ส่วนการตัดสินใจที่มีผลกระทบสูงและการตีความผลเป็นของทีมผู้เชี่ยวชาญและองค์กรเสมอ
กำหนดขอบเขต เป้าหมาย ช่วงเวลา ระบบที่ห้ามแตะ และช่องทางติดต่อฉุกเฉินร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มทดสอบ
ต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรติดตั้งและรันโมเดลภายในสภาพแวดล้อมขององค์กร ตรวจสอบว่าไม่มีการเชื่อมต่อออกนอกที่ไม่ได้รับอนุญาต
รันในเครื่ององค์กรสำรวจ Attack Surface ระบุ Asset และ Service ภายใน Scope และวางแผนเส้นทางการทดสอบอย่างเป็นระบบ
Agentic · autonomous within scopeทดสอบยืนยันช่องโหว่ด้วยวิธีที่ควบคุมผลกระทบ การทดสอบที่มีความเสี่ยงสูงต่อระบบ Production ต้องผ่านการอนุมัติจากองค์กรก่อน
Human approval สำหรับ high-impactประเมินผลกระทบและโอกาสเกิดจริง จัดระดับความเสี่ยง และเชื่อมโยงช่องโหว่เป็นเส้นทางการโจมตี (Attack Path)
AI จัดร่าง · ผู้เชี่ยวชาญตรวจทานส่งรายงานพร้อมหลักฐานที่ทำซ้ำได้และคำแนะนำการแก้ไข พร้อมทดสอบซ้ำเพื่อยืนยันหลังองค์กรแก้ไขแล้ว
ทวนสอบร่วมกับทีมองค์กรR0Cyber ดำเนินการทดสอบเฉพาะระบบที่องค์กรเป็นเจ้าของและอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น การดำเนินการที่มีความเสี่ยงสูงต้องผ่าน Human Approval ทุกครั้ง
เลือกเริ่มจาก Scope ที่ชัดเจนและวัดผลได้ ก่อนขยายไปยังระบบอื่น
ทดสอบเจาะระบบเครือข่ายจากภายนอกและภายในองค์กร
ทดสอบเว็บแอปพลิเคชันและ API ตามแนวทาง OWASP
ตรวจสอบการตั้งค่าและความแข็งแรงของระบบ
ประเมินและจัดลำดับความเสี่ยงในภาพรวม
ทุกช่องโหว่ที่ยืนยันแล้วถูกจัดระดับตามผลกระทบและโอกาสเกิดจริง พร้อมคำแนะนำการแก้ไขที่นำไปปฏิบัติได้ทันที
ใช้ประโยชน์ได้จริงและกระทบระบบสำคัญหรือข้อมูลอ่อนไหวโดยตรง ควรแก้ไขทันที
มีโอกาสถูกใช้โจมตีสูงและส่งผลกระทบมาก ควรวางแผนแก้ไขในระยะสั้น
มีความเสี่ยงเมื่อประกอบกับเงื่อนไขอื่น ควรแก้ไขตามลำดับความสำคัญ
ผลกระทบจำกัดหรือเป็นข้อสังเกตเพื่อปรับปรุงความแข็งแรงของระบบ
R0 Agentic สรุปผลเป็นรายงานที่จัดระดับความเสี่ยงและมีหลักฐานประกอบ พร้อมจุดรออนุมัติสำหรับการดำเนินการที่มีผลกระทบสูง
ตัวอย่างรายงาน (demo) · รูปแบบและข้อมูลจริงขึ้นอยู่กับระบบและ Scope ของแต่ละองค์กร
สรุปความเสี่ยงในภาพรวมสำหรับผู้บริหาร เข้าใจง่ายและตัดสินใจได้
รายละเอียดช่องโหว่พร้อมหลักฐานและขั้นตอนที่ทำซ้ำได้ สำหรับทีมเทคนิค
ลำดับการแก้ไขตามความเสี่ยงจริง พร้อมคำแนะนำที่นำไปปฏิบัติได้
ทดสอบซ้ำเพื่อยืนยันว่าช่องโหว่ได้รับการแก้ไขเรียบร้อยหลังดำเนินการ
Scanner ทั่วไปตรวจตาม Signature แล้วออกรายการช่องโหว่ ส่วน R0 Agentic วางแผน เชื่อมโยงช่องโหว่เป็นเส้นทางการโจมตี ยืนยันว่าใช้ประโยชน์ได้จริง และเรียบเรียงเป็นรายงานความเสี่ยงที่ตัดสินใจได้ โดยทำงานภายในเครื่ององค์กรและมีผู้เชี่ยวชาญตรวจทาน
ไม่ โมเดลและกระบวนการทดสอบรันแบบ Local ในสภาพแวดล้อมของคุณ ข้อมูลระบบ ช่องโหว่ และหลักฐานไม่ถูกส่งออกไปประมวลผลภายนอก และสามารถทำงานแบบ Offline ได้
เรากำหนด Rules of Engagement ร่วมกันก่อนเริ่ม ระบุระบบที่ห้ามแตะและช่วงเวลาที่เหมาะสม การทดสอบที่มีความเสี่ยงสูงต่อ Production ต้องผ่านการอนุมัติจากองค์กรก่อนเสมอ และมี Emergency Stop ให้หยุดได้ทันที
AI ทำงานอัตโนมัติเฉพาะภายในขอบเขตที่ได้รับอนุญาต เช่น การสำรวจและการตรวจสอบแบบควบคุมผลกระทบ ส่วนการดำเนินการที่มีความเสี่ยงสูงต้องผ่าน Human Approval และการตีความผลขั้นสุดท้ายเป็นของผู้เชี่ยวชาญเสมอ
ต้องมี R0Cyber ทดสอบเฉพาะระบบที่องค์กรเป็นเจ้าของและให้อนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรภายใต้ Scope และ Rules of Engagement ที่ตกลงกันเท่านั้น
เริ่มต้นจากการกำหนดขอบเขตและ Rules of Engagement ร่วมกัน จากนั้น R0 Agentic จะดำเนินการทดสอบและระบุความเสี่ยงภายในระบบขององค์กรของคุณ
กรอกข้อมูลเพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ พร้อมกำหนด Scope และ Rules of Engagement ร่วมกัน